โรงเรียนสาธิตพัฒนานั้นจัดตั้งขึ้นโดย สถาบันนวัตกรรมการศึกษา และตั้งอยู่เลขที่ 380 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510 โทรศัพท์ 0-2915-5390-2 โทรสาร 0-2915-5501 โรงเรียนมีปรัชญาคือ Learning to Think, Thinking to Learn และจัดการบริหารโรงเรียนโดย อาจารย์ชัยยุทธ บุญย์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตพัฒนา และอาจารย์ธิดา พิทักษ์สินสุข อาจารย์ใหญ่โรงเรียนสาธิตพัฒนา
สถาบันนวัตกรรมการศึกษาได้จัดตั้งโรงเรียนสาธิตพัฒนา ให้เป็นโรงเรียนที่จะเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่ในขณะนี้ยังเปิดได้ไม่ครบทุกชั้นเรียน ด้วยระดับมัธยมกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ เพราะเพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2550 โรงเรียนสาธิตพัฒนาเป็นโรงเรียนในความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมูลนิธินวัตกรรมการศึกษา เปิดสอนด้วยรูปแบบหลักสูตร Satit Sufficient English Program (Satit SEP)
ส่วนระดับอนุบาลนั้น สถาบันนวัตกรรมการศึกษาได้จัดตั้งเป็นโรงเรียนอนุบาลต้นกล้าสาธิต ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 388 ถนนปัญญารามอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510 และอยู่ภายใต้การดูแลบริหารงานของ รองศาสตร์จารย์ พูนสุข บุณย์สวัสดิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน โรงเรียนมีปรัชญาคือ
เรียนรู้ผ่านการเล่น Playing to Learn
เน้นกระบวนการคิด Learning to Think
พัฒนาจิตและปัญญา Thinking for Wisdom
การเข้าเยี่ยมของสมาชิกสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550 นั้น ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจากอาจารย์ใหญ่ทั้ง 2 ท่าน คือ อาจารย์พูนสุข และ อาจารย์ธิดา และในโอกาสนี้ท่านอาจารย์ทั้งสองยังได้กรุณาบรรยายเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนทั้งสองโรงเรียน คือ โรงเรียนอนุบาลต้นกล้าสาธิต และโรงเรียนสาธิตพัฒนา รวมทั้งพาชมโรงเรียนด้วย ทำให้สมาชิกของสมาคมฯ รู้สึกอบอุ่นและได้รับความรู้อย่างเต็มเปี่ยม จึงขอโอกาสขอบพระคุณอาจารย์ทั้งสองท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย
นอกจากสถานที่และสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจแล้ว สมาชิกยังติดใจแนวทางการให้การบ้านแก่เด็กระดับประถมศึกษาของโรงเรียนสาธิตพัฒนาเป็นพิเศษอีกด้วย นักเรียนประถมฯ จะได้รับมอบหมายการบ้านเพียงสัปดาห์ละ 2 วันเท่านั้น อีกทั้งการบ้านก็จะไม่ใช่การทำแบบฝึกหัด แต่จะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นให้ผู้ปกครองและครอบครัวมีส่วนร่วม กิจกรรมที่มอบหมายให้เด็กนั้นจะทำให้เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน ตัวอย่างกิจกรรม เช่น เปรียบเทียบกระดุมที่เสื้อนักเรียนกับกระดุมที่เสื้อคุณพ่อ นับจำนวนรองเท้าของคุณแม่ คุณพ่อ และนักเรียน หรือรื้อตู้เย็นเพื่อดูว่ามีอาหารที่หมดอายุแล้วบ้างหรือไม่ เป็นต้น
ภาพถ่ายจากการเยี่ยมชมในครั้งนี้ คงจะทำให้สมาชิกและผู้สนใจได้รับความรู้และความคิดใหม่ๆ ในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กๆ ระดับอนุบาลและประถมศึกษากันบ้างไม่มากก็น้อย
|